สินค้าประหยัดน้ำมัน ชุดสำเร็จรูปมีจำหน่ายแล้วราคาพิเศษ dv hydrogen 

                  
  

       Mainmenu

        อาหารเสริม
        เสริมสุขภาพ
       หมวดพลังงาน
            สินค้าทั่วไป
 
             สมุนไพร

 
หนังสือพิมพ
@
เดลินิวส์
@ ไทยรัฐ
@ ไทยโพสต์
@ มติชน
@ มติชนสุดสัปดาห์
@ ข่าวสด
@ ประชาชาติธุรกิจ
@ คมชัดลึก
@
ผู้จัดการ
@ ผู้จัดการรายสัปดาห์
@ ผู้จัดการรายเดือน
@ โพสต์ทูเดย์
@ กรุงเทพธุรกิจ
@ กรุงเทพธุรกิจ Biz week
@ ฐานเศรษฐกิจ
@ เส้นทางเศรษฐกิจ
@ แนวหน้า
@ สยามรัฐ
@ Bangkok Post
@ เนชั่น
@ เนชั่นสุดสัปดาห์
@ สยามธุรกิจ
@ กระแสหุ้น
@ บ้านเมือง
@ เทเลคอม เจอร์นัล
@ เนชั่นแชนแนล
Bookmark and Share
 
สถิติวันนี้

95 คน

สถิติเมื่อวาน

49 คน

สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด

714 คน
136605 คน
9298238 คน

เริ่มเมื่อ 13/11/08

  

                      

        การบูชาพระประจำวันเกิด   


เสียงเพลง...แห่งธรรม
18 เสียงดนตรีชั้นจาตุมหาราช
                             

                                                                                                                                        

 

เนื่องจากวิชาโหราศาสตร์นั้น มักเกี่ยวข้องกับหลักการทางศาสนา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะเห็นว่าในเวลาที่เกิดความไม่สบายใจ หรือมีความทุกข์ มีปัญหาความไม่สบายกาย ไม่สบายใจนั้น มีนักโหราศาสตร์หลายท่านมักนิยม หรือแนะนำให้ ทำบุญ เข้าวัด ทำจิตใจให้สงบ การบูชาพระประจำวันเกิดเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ หลายท่านนิยมนำมาใช้  เพื่อทำจิตใจให้ สงบ มีสติ มีปัญญา และหากทำเป็นประจำจะบังเกิดความโชคดี ทั้งกับตนเองและครอบครัว และนอกจากนั้นแล้วมีคตินิยมอย่างหนึ่ง ซึ่งถือปฏิบัติกันมาช้านานแล้วเกี่ยวกับการสร้างพระประจำวันเกิด ที่ตรงกับวันเกิดของตนเองไว้เคารพสักการะบูชาก็ยังคงมีผู้นิยมสร้างกันอย่างมากมายและแพร่หลายมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้  ผู้เขียนใคร่นำเสนอ ประวัติความเป็นมา และคาถาบูชาพระประจำวันเกิด ส่วนในเรื่องของคาถาบูชา  ในที่นี้จะใช้บทสวดแบบย่อ  เพื่อสะดวกในการท่องจำและเวลา  โดยเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์จนถึงวันเสาร์ และวันพุธกลางคืน ตามลำดับดังนี้xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />

วันอาทิตย์บูชาพระปางถวายเนตร  

พระพุทธรูปปางถวายเนตร
พระบูชาของคนเกิดวันอาทิตย์

 

พระปางถวายเนตร  เป็นพระพุทธรูปยืน ลืมพระเนตรทั้งสองข้าง พระหัตถ์ทั้งสองข้างห้อยประสานไว้แนบพระเพลาพระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้ายยืนนิ่งในอาการสงบ  เพ่งพระเนตรไปเบื้องหน้า พระปางนี้ เกิดขึ้นเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ อนุตรสัมมาสัมโพธิยาน ณ ควงไม้ศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา แล้วพระพุทธองค์ทรงเสด็จเปลี่ยนอิริยาบท ประทับยืน ทรงเพ่งพระเนตร มองดูพระราชบัลลังก์ เป็นเวลานาน ตลอดสัปดาห์  จึงได้ชื่อว่าพระปางถวายเนตร

สำหรับคาถาพระปางถวายเนตรนั้น เป็นคาถายูงทองใช้สวดมนต์ภาวนาก่อนนอนทุกวันหรือในเวลาที่ดวงชะตาไม่ดี จะเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจได้วิธีหนึ่ง และจะเป็นการป้องกันศัตรู ให้แคล้วคาดปลอดภัยได้ สวดครั้งละ 6 จบ ตามกำลังวันอาทิตย์ ดังนี้

อะ วิช สุ นุต สา นุต ติ

ความเป็นมาของบทสวดนี้  บทสวดนี้เรียกว่าบทสวดโมรปริตร ว่าด้วยเรื่องมนต์ของนกยูง ทำให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง มีประวัติกล่าวไว้ดังนี้คือ เมื่อพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกยูง ได้สวดมนต์บทนี้ โดยกล่าวคำนมัสการ อดีตพระพุทธเจ้า ทั้งหลาย และพุทธคุณ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ นกยูงแคล้วคาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง  คาถาบทนี้ หากภาวนาเป็นประจำ จะทำให้แคล้วคลาด ปลอดภัย จากอันตรายทั้งปวงได้           

     วันจันทร์บูชา พระปางห้ามญาติ หรือพระปางห้ามสมุทร

พระพุทธรูปปางห้ามญาติ
พระบูชาของคนเกิดวันจันทร์

 พระพุทธรูปปางห้ามญาติหรือพระปางห้ามสมุทร  เป็นพระพุทธรูปยืนพระหัตถ์ซ้ายห้อยลงแนบพระวรกาย พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ แบพระหัตถ์ขวาไปข้างหน้าในพระอริยาบถ ห้ามให้หยุด เกิดเมื่อพระพุทธเจ้าทรงห้ามและยัยยั้งการทะเลาะวิวาทของพระประยูรญาติ จึงทำให้พระพุทธรูปนี้ยกมือในลักษณะหยุด

คาถาบูชาพระปางห้ามญาติ หรือพระปางห้ามสมุทร

สวด 15 จบ ตามกำลังวันจันทร์มีทั้งหมด 15 จบก่อนนอนหรือในเวลาที่ดวงไม่ดี  คาถาบทนี้เป็นคาถาแก้ฝันร้ายให้กายเป็นดีได้ จะเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจดีวิธีหนึ่ง ดังนี้

  อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา

ความเป็นมาของคาถาบทนี้  ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อเกิดภัยพิบัติ ที่เมือง เวสาลี จากโรคร้ายหรือจาก ภูติผีปีศาจ พระพุทธองค์จึงมีรับสั่งให้พระอานนท์เรียนมนต์ พระปริตรัตนสูตร และทำน้ำพระพุทธมนต์ ปะพรมทั่วตัวเมือง ภัยพิบัตินั้นก็หายไป นอกจากนั้นหากฝันร้ายก็สามารถสวดภาวนาแก้ฝันร้ายให้กลายเป็นดีได้

    วันอังคาร ควรมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์

พระพุทธรูปปางไสยาสน์
พระบูชาของคนเกิดวันอังคาร

 

ท่านที่เกิดวันอังคาร ควรมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ซึ่งเป็นพระไว้สักการะบูชา ที่บ้านเรือนเพื่อบังเกิดความโชคดี มีลาภผลเนืองนอง พระพุทธรูปปางนี้ เป็นพระนอนตะแคงใช้พระหัตถ์ขวาวางทับบนเขนย ประคองพระเศียร พระหัตถ์ซ้ายวางแนบไว้กับพระวรกาย พระบาทซ้าย พระบาทขวาเสมอกัน หลับพระเนตรประกอบด้วย สติสัมปปะชัญญะ สง่างาม  พระปางนี้ตามตำนานกล่าวว่า เป็นปางที่พระพุทธเจ้ามีพระชนมายุสังขารสู่วัยชราภาพ ใกล้เสด็จดับขันธ์ปรินิพาน หลังจากทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจ เป็นพระพุทธเจ้าได้45 พรรษาจึงเสด็จดับขันธ์ปรินิพาน ภายใต้ต้นควงไม้รัง พระปางนี้ จึงได้ชื่อว่าพระปางไสยาสน์ หรือพระนอน

คาถาบูชาพระปางไสยาสน์

สวด 8 จบ ตามกำลังวันอังคารมีกำลัง 8 จบ ก่อนออกจากบ้านและเข้านอนจะเป็นการป้องกันศัตรู และเพิ่มขวัญและกำลังใจทำให้มีโชคดี ดังนี้

ติ หัง จะ  โต โร ถัต

ประวัติความเป็นมา บทสวดพระปริตรกรณียเมตต สูตร ว่าด้วย การเจริญ แผ่เมตตาและให้เป็นผู้อ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่ง  กล่าวว่าอสุรินทราหู  ผู้เย่อหยิ่งคิดว่าตนมีกำลัง และมีร่างกายใหญ่โต ได้เป็นอุปราช และได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าจากสำนักเทวดาทั้งหลาย มีความปรารถนาที่จะฟังธรรม แต่เกรงว่าตนเองจะก้มลงหมอบลำบากเพราะมีร่างกายใหญ่โตมาก และคิดว่าพระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์ ตัวเล็กๆ และอสุรินทราหู เองไม่เคยก้มเศียรให้ใคร ครั้นเมื่อเหล่าเทวดา ทั้งหลายได้เข้าเฝ้า พระพุทธเจ้าคราวละมากๆ จึงได้ติดตามไปในวันหนึ่ง ซึ่งพระพุทธองค์ทรงทราบด้วย อนาตสังคญาน จึงทำปาฏิหารย์ เนรมิต พระวรกายใหญ่โตราวขุนเขา และทรงอยู่ในอิริยาบทนอนตะแคงข้างขวา พระบาทซ้ายทับพระบาทขวาเสมอกัน พระหัตถ์ซ้ายวางทาบไปตามพระวรกาย ลักษณะการนอนตะแคงเป็นลักษณะไสยาสน์ และมีเพียงอสุรินทราหู เพียงผู้เดียว เท่านั้นที่มองเห็น แทนที่จะก้มลงมองตั้งแต่แรก เหมือนที่คิดไว้ กับต้องแหงนคอตั้งบ่าเพื่อชมพุทธกิริยา อันงดงาม ตั้งแต่พระบาทจนถึงพระพักตร์ ซึ่งแม้เพียงพระบาททั้งสองข้าง ที่วางซ้อนกัน ก็สูงใหญ่กว่าอสุรินทราหู ต่อมาเมื่อได้มีผู้นำ พระอริยาบทตอนนี้ สร้างเป็นพระพุทธรูป ปางไสยาสน์ หรือเรียกอีกอย่างว่าปางโปรด อสุรินทราหู เป็นพระประจำวันเกิด ของผู้ที่เกิดวันอังคาร เมื่อปราบทิฐิของอสุรินทราหู จนละพะยศแล้ว พระพุทธเจ้าจึงตรัสสอน เรื่องความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เย่อหยิ่ง มีความสันโดษ ไม่ดูแคลนผู้อื่น มีความเมตตากรุณา จนทำให้อสุรินทราหูเลื่อมใสพระพุทธศาสนาแล้ว จึงได้กราบลาไปยังพิภพ ที่อยู่อาศัยของตนตามเดิม

     วันพุธบูชาปางอุ้มบาตร

พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร
พระบูชาของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน)

พระพุทธรูปปางปาลิไลยก์
พระบูชาของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน)

ท่านที่เกิดวันพุธกลางวัน ควรมีพระพุทธรูปางอุ้มบาตร ไว้สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลของตัวท่านเองและลูกหลาน สืบไป และจะบังเกิดลาภผลเนืองนอง

พระพุทธรูปปางอุ้มบาตรนี้เป็นพระพุทธรูปยืน มีพระหัตถ์ ทั้งสองประคองบาตร ส้นพระบาทชิดกัน แสดงถึงพระอริยาบท ที่พระพุทธเจ้าออกบิณฑบาต โปรดเวไนยสัตว์ เป็นพุทธกรณียกิจ ทุกๆเช้า ตลอด 45 พรรษา

คาถาบูชาพระปางอุ้มบาตร

สวด 17 จบตามกำลังวันพุธก่อนเข้านอน และ เนื่องจากเป็นคาถาเมตตามหานิยมใช้ท่องภาวนาทำให้มีเสน่ห์ ค้าขายดีและจะบังเกิดความเป็นสิริมงคล และโชคลาภ ดังนี้

ปิ สัม ระ โส ปุ สัต พุทธ

             ตามประวัติกล่าวว่า  มีพระพุทธสาวก รูปหนึ่งถูกงูกัด ถึงแก่ความตาย และมรณะภาพ ในเมืองสาวัตถี เหล่าพระภิกษุ จึงนำความกราบบังคมทูลพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสว่า ที่เป็นเช่นนี้ เพราะภิกษุไม่ได้แผ่เมตตา จิตไปถึงพระยางู ทั้ง 4 ตระกูล อันได้แก่พระยางู วิรูปักษ์ พระยางูเอราบท พระยางู ฉัพยาบุตร และพระยางูกัณหาโคตมะกะ

            พระพุทธองค์ได้สอนมนต์พระปริตร ให้เหล่าภิกษุทั้งหลาย และให้แผ่เมตตาไปยังพระยางูทั้ง 4ตระกูล ซึ่งกล่าวถึงคุณพระรัตนตรัย ซึ่งทรงพระคุณไม่มีประมาณ  อสรพิษทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นแมลงป่อง ตะขาบ งู ตะเข็บ เป็นต้น มีประมาณไม่มากเหมือนพระรัตนตรัย ภิกษุทั้งหลายทำการนอบน้อม พระผู้มีพระภาคอยู่ ขอสัตว์ทั้งหลายจงหลีกไป มนต์บทนี้ทำให้ผู้ที่ภาวนาอยู่เป็นประจำ จะไม่ได้รับอันตรายจากอสรพิษใดๆเลย สำหรับผู้ที่เกิดวันพุทธกลางคืนควรสวดมนต์บทนี้ด้วย

วันพุธกลางคืนบูชาพระปางป่าเรไลย

            ท่านที่เกิดวันพุธ กลางคืน ควรมีพระปางป่าเรไลย์ ไว้เคารพสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล ของท่านและครอบครัว  พระพุทธรูปปางนี้เป็นพระพุทธรูปนั่งหย่อนพระบาททั้งสองข้างลงมาเหยียบพื้น แขนทั้งสองข้างวางไว้บนเข่า หงายพระหัตถ์ขวาเป็นกิริยารับหม้อน้ำจากช้าง และพระหัตถ์ซ้ายค่ำลงแสดงกิริยาไม่รับรวงผึ้งที่มีลิงนำมาถวายและมีแมลง

คะ พุท ปัน หู ทัม วะ คะ

     วันพฤหัสบดี บูชาพระปางสมาธิ

พระพุทธรูปปางสมาธิ
พระบูชาของคนเกิดวันพฤหัสบดี

            ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี ควรมีพระปางสมาธิไว้เคารพสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งกับตนเองและครอบครัว และเนื่องจากเป็นคาถาแคล้วคาดจึงทำให้ท่านที่สวดภาวนาเป็นประจำ จะแคล้วคาด ปลอดภัยจากเหล่าศัตรูที่คิดปองร้ายมักแพ้ภัยไปเอง พระพุทธรูปปางสมาธิ เป็นพระพุทธรูปนั่ง ขัดสมาธิ วางพระหัตถ์ทั้งสองไว้บนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางซ้อนพระหัตถ์ซ้าย พระพุทธรูปปางนี้ได้เมื่อ พระพุทธเจ้า ออกผนวช และถือเพศบรรพชิต เป็นเวลา 6 ปี ก่อนที่จะตรัสรู้ พระพุทธรูปปางนี้จึงทำให้ได้ชื่อว่าพระปางสมาธิ 

คาถาบูชาพระปางสมาธิ

            ใช้สวด 19 จบ ตามกำลังวันพฤหัสบดี ก่อนนอนหรือในเวลาที่ดวงชะตาไม่ดีจะทำให้เป็นการเพิ่มขวัฐและกำลังใจให้กับท่านผู้อ่านได้ ดังนี้

ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ

           ประวัติความเป็นมา เมื่อพระโพธิสัตว์เกิดเป็นลูกนก คุ่ม ได้เกิดไฟป่าลุกไหม้บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ บรรดาฝูงนก วิหก ในพงไพรต่างก็หนีอัคคีภัยเอาตัวรอด เวลานั้นนกคุ่ม ขนปีกยังไม่แข็งแรงดี จึงไม่อาจบินหนีไปได้ จึงได้ภาวนา คาถาบทนี้ ไฟป่านั้นก็ดับ ครั้นถึงสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าพร้อมพระสาวก เสด็จอยู่ ณ แคว้นมคธ เช้าวันหนึ่งได้เสด็จบิณฑบาตร ที่ตำบลหนึ่ง ระหว่างทางเกิดไฟไหม้ แต่เมื่อไฟลามมาใกล้ที่พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวอยู่ก็ดับไป บรรดาพระภิกษุสงฆ์เห็นเป็นอัศจรรย์ จึงทูลถามพระองค์ ได้แสดงเรื่องไว้ในชาดกนี้

มนต์บทนี้เป็นคาถาบูชาพระประจำวันสำหรับท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี และเป็นคาถาป้องกันไฟ ตามบ้านเรือนในสมัยโบราณ มักเขียนยันต์ นกคุ่มติดไว้เพื่อป้องกันไฟดังกล่าว มาแล้ว                                                                                                                                          

   วันศุกร์บูชาพระปางรำพึง

พระพุทธรูปปางรำพึง
พระบูชาของคนเกิดวันศุกร์

ท่านที่เกิดวันศุกร์ ควรมีพระปางรำพึง ไว้เคารพสักการะบูชา เพื่อความโชคดี บังเกิดโชคลาภเนืองนอง พระพุทธรูปปางนี้ เป็นพระพุทธรูปยืน พระหัตถ์แนบพระอุระ ใช้พระหัตถ์ขวาทับบนพระหัตถ์ซ้ายยืนตรง เพ่งพระเนตรไปเบื้องหน้า

พระปางนี้ได้เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า และได้ทรงเปลี่ยนพระอิริยาบทพักผ่อน ภายใต้ร่มไม้ อชปาลนิโครธ ทรงรำพึง ธรรมที่พระองค์ได้ทรงรู้แจ้งเห็นจริง ว่าเป็นธรรมที่สุขุมลึกซึ้ง ยากที่ใครๆจะเข้าใจตามพระองค์ได้ใคร่จะเสด็จออกไปโปรดเทศนาสั่งสอนชาวโลก และพระองค์ได้ทรงแสดงเทศนา ครั้งแรก พระปางนี้จึงได้ชื่อว่าพระปางรำพึง

คาถาบูชาพระปางรำพึง

ใช้สวด 21 จบ ตามกำลังวันศุกร์ก่อนเข้านอน คาถานี้ ใช้สวดภาวนาเพื่อป้องกันภูตผี ปีศาจ  ดังนี้คือ

วา โธ โน อะ มะ มะ วา

            ประวัติความเป็นมา ในตำนานกล่าวถึงท้าวจาตุมหาราช ทั้ง4 อันได้แก่ ท้าวธตรฐ เทวดาผู้รักษาทิศ บูรพา (ทิศตะวันออก) ท้าววิรุฬหก เทวดาผู้รักษา ทิศทักษิณ(ทิศใต้) ท้าววิรูปักษ์ เทวดาผู้รักษาทิศ ประจิม(ทิศตะวันตก) และท้าวกุเวร หรือเวสสุวรรณ ผู้รักษาทิศอุดร (ทิศเหนือ)

ท้าวธตรฐ มีคนธรรพ์เป็นบริวาร  ท้าววิรุฬหก มีกุมภัณฑ์เป็นบริวาร  ท้าววิรูปักษ์ มีนาคเป็นบริวาร  และท้าวกุเวร หรือเวสสุวรรณ มียักษ์เป็นบริวาร ท้าวจาตุมหาราชทั้ง4 เป็นผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา แต่เหล่าบริวารนั้น บางพวกก็เลื่อมใส บางพวกก็ไม่เลื่อมใส ทั้งนี้เพราะพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมให้ตั้งอยู่ในศีล คือให้เว้นจากากรฆ่า ลักทรัพย์ พูดเท็จ ประพฤติผิดในกาม และห้ามดื่มสุราเมรัย   บรรดาอมนุษย์ส่วนใหญ่ ชอบทำบาป จึงอาจทำร้ายต่อพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าที่ประกอบ วิปัสสนาธุระ ไปบำเพ็ญ ธรรมในเสนาสนะป่าเปลี่ยวได้   ขอให้พุทธสาวกเหล่านี้ได้ท่องมนต์คาถาบทนี้ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากอมนุษย์เหล่านี้ได้ อาฏานาฏิยปริยัตรนี้ ใช้สวดเต็มบทสวดเมื่อมีพิธีสวดภาณยักษ์ ตามวัดวาอารามต่างๆ ในสมัยโบราณ เมื่อถึงวันตรุษไทยจะมีพระราชพิธีให้พระสงฆ์สวดภาณยักษ์ รอบกำแพงวัดและกำแพงพระมหาราชวัง แล้วยิงปืนใหญ่ เรียกว่า ปืนอาฎานาเพื่อขับไล่ ภูตผี ปีศาจ ให้ตกใจกลังหลบหนีไป 

 

        วันเสาร์ให้บูชาพระปางนาคปรก

พระพุทธรูปปางนาคปรก
พระบูชาของคนเกิดวันเสาร์

           ท่านที่เกิดวันเสาร์ ควรมีพระพุทธรูปปางนาคปรก ไว้เพื่อเคารพสักการะบูชา จะบังเกิดความโชคดี มีลาภผลเนืองนองพระพุทธรูปปางนี้เป็นพระพุทธรูปปางขัดสมาธิ พระหัตถ์ขวาซ้อนพระหัตถ์ซ้าย วางหงายฝ่าพระหัตถ์บนพระเพลา ทำนองเดียวกับพระปางสมาธิ เบื้องหลังมีพระยานาค 7 เศียร แผ่กำบังอยู่เหนือพระเศียร ของพระองค์ พระพุทธองค์ประทับนั่ง บนขนดของนาคราชแทนราชบันลังก์

 คาถาบูชาพระปางนาคปรก

ใช้สวด 10 จบก่อนเข้านอนดังนี้

โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ

ตามตำนานกล่าวว่า จอมโจรองค์คุลีมาน ซึ่งถูกเพื่อนศิษย์ อาจารย์ แกล้ง จนกลายเป็นโจรป่า ภายหลังได้พบพระพุทธองค์ และฟังธรรมะเทศนา จนได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ วันหนึ่งออกบิณฑบาตร ชาวบ้านเข้าใจว่าจอมโจรองคุลีมาน ปลอมตัวเป็นนักบวช และหวังว่าจะมาทำร้าย จึงพากันหนีไปด้วยความหวาดกลัว มีหญิงท้องแก่ผู้หนึ่ง เดินอุ้ยอ้ายหนีไม่ทัน เห็นองคุลีมานก็ร้องขอชีวิต ท่านจึงกล่าวเป็นภาษาบาลีว่า  ยะโตหัง ภิคณี อะริยายะ ความว่า ดูก่อนน้องหญิง จำเดิมอาตมาได้เกิดในอาริยะแล้ว มิเคยแกล้งที่จะปลงชีวิตผู้ใดเลย ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแด่ น้องหญิง และครรภ์ ของน้องหญิง ด้วย สิ้นคำอธิษฐาน หญิงนั้นก็คลอดบุตรได้โดยง่าย ไม่เจ็บปวดมากเด็กก็คลอดออกมาโดยสวัสดิภาพ

            ต่อมาได้มีผู้นำบทสวดมนต์นี้ไปใช้เพื่อการคลอดบุตร และทำน้ำมนต์ให้หญิงมีครรภ์ เพื่อให้คลอดบุตรง่าย และเป็นคาถาสวดของท่านที่เกิดในวันเสาร์ด้วย 

                              โดยอาจารย์ พิสมัย  ชำนาญคิด    

           พระเสวยอายุ และการทำบุญให้มีความเจริญ

 

                                                     

        ทะเบียนพาณิชย์อีเลคทรอนิคส์ เลขที่  3500700033173   www.tmd.go.th       www.weredhome.com/       http://www.rakdang.com/     www.watchomlhiri.com   http://thaitvnews2.blogspot.com/2011/05/blog-post_6097.html       

Copyright (c) 2009 by dcmbusiness.com              084-150-7209 , 086-428-8613     vitcm1@gmail.com